ทำไมขาเหนือหัวเข่า
ใครจะไปคิดว่าหัวเข่าจะกลายเป็นจุดสำคัญที่บ่งบอกความเสี่ยงของโรคร้ายได้ แล้วก็ยังมีอีกหลายโรคและความผิดปกติอีกด้วยที่ไม่ใช่แค่มีผลกับสุขภาพของเรา แต่ยังมีผลกับความสวยงามภายนอกด้วย อย่างเช่นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับขาส่วนที่เหนือหัวเข่า เราลองไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
1. หลอดเลือดดำอุดตัน
หลอดเลือดดำอุดตันที่บริเวณขาส่วนที่เหนือหัวเข่านั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย จากการอยู่เฉยๆ เป็นเวลานาน การได้รับบาดเจ็บจากการถูกของหนักทับ การตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด การติดเชื้อ และหัวใจล้มเหลว เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณขามากเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคเส้นเลือดขอด โรคหลอดเลือดอุดตัน และอาจรุนแรงจนถึงขั้นที่ต้องตัดขาได้ แต่สามารถป้องกันได้โดยใช้ยาละลายลิ่มเลือดและถุงน่องช่วยพยุง ซึ่งในบางครั้งก็อาจต้องผ่าตัดเพื่อเอาลิ่มเลือดออก
2. ไขมันอุดตันหลอดเลือดขา
โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายในขา หรือ Peripheral Artery Disease (PAD) เกิดจากไขมันจับตัวในผนังของหลอดเลือดแดงที่ส่งเลือดไปยังขา ทำให้หลอดเลือดตีบลง ส่งผลเลือดไปเลี้ยงขาได้ไม่เพียงพอ เกิดอาการปวดขา ขาเป็นตะคริวเมื่อเดินหรือออกกำลังกาย ซึ่งถ้ายังฝืนที่จะเดินหรือออกกำลังต่อ อาการปวดก็อาจจะรุนแรงมากขึ้นจนต้องหยุดเดินไปเฉยๆ และอาการปวดก็จะหายไปหลังจากหยุดเดิน อาการปวดเมื่อเดินออกกำลังกายแบบนี้เรียกว่า «อาการปวดขาแบบหน้าต่างร้านค้า» เพราะเราต้องหยุดเดินและเดินต่อไม่ได้ แต่ถ้าเป็นมากก็จะปวดแม้กระทั่งนั่งเฉยๆ หรือแม้ตอนนอน หลอดเลือดส่วนปลายในขาตีบนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอายุที่มากขึ้น ความดันโลหิตสูง เบาหวานสูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วน
3. เนื้องอกที่กระดูก
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีอาการปวดขาเหนือหัวเข่าคือมีเนื้องอกที่กระดูก ซึ่งอาจเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ที่ยังไม่มีอาการ แต่ก็มีเนื้องอกอีกชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรงกว่าและมักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ซึ่งมักเกิดขึ้นที่กระดูกต้นขาและหัวไหล่ อาการที่พบได้บ่อยที่สุดก็คืออาการปวดที่บริเวณที่เป็นเนื้องอก แม้ว่าเนื้องอกจะยังไม่ใหญ่จนสามารถมองเห็นได้จากภายนอก แต่ผู้ป่วยก็อาจจะรู้สึกปวดก่อน เนื้องอกที่กระดูกชนิดที่เป็นมะเร็งนี้มักลุกลามไปยังปอด ตับ และกระดูกอื่นๆ
4. การอักเสบของเส้นเอ็นที่หัวเข่า
เส้นเอ็นที่หัวเข่าสามารถบาดเจ็บหรืออักเสบได้จากการใช้งานมากเกินไป การออกกำลังกายหนัก การถูกกระแทก หรือการเกิดอุบัติเหตุก็ได้ โดยเฉพาะกับนักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีฬากระโดดและวิ่ง อาการก็คือจะมีอาการปวดบริเวณเส้นเอ็นที่หัวเข่า บางครั้งอาจจะมีอาการบวม แดง ร้อน และเคลื่อนไหวลำบากบริเวณหัวเข่าได้อีกด้วย และยิ่งออกกำลังกายมากเท่าไหร่ อาการเหล่านี้ก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
5. เอ็นหัวเข่าฉีกขาด
เอ็นหัวเข่าเป็นเอ็นที่กว้างที่สุดในร่างกาย ซึ่งประกอบไปด้วยเอ็น 4 เส้น และมีความแข็งแรงที่สุดด้วย เพราะทำหน้าที่ยึดกระดูกหัวเข่าเข้ากับกระดูกหน้าแข้งเพื่อให้เคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคง แต่เอ็นหัวเข่าก็มีโอกาสฉีกขาดได้เหมือนกัน ซึ่งมักเกิดกับนักกีฬา โดยเฉพาะนักฟุตบอลและนักบาสเกตบอล อาการที่พบบ่อยที่สุดก็คืออาการปวดบริเวณหัวเข่าอย่างรุนแรง บวม แดง ร้อน และเคลื่อนไหวหัวเข่าได้ลำบาก
สรุป
ขาที่เหนือหัวเข่านั้นเป็นบริเวณที่มีความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวร่างกายของเรา และหากเกิดความผิดปกติกับบริเวณขาส่วนที่อยู่เหนือหัวเข่า อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราอย่างมากได้เลย ดังนั้นเราจึงควรดูแลสุขภาพของร่างกายโดยรวม รวมถึงบริเวณขาที่เหนือหัวเข่าของเราด้วย
คำถามที่พบบ่อย
1. อาการปวดขาเหนือหัวเข่าเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงหรือไม่
อาการปวดขาเหนือหัวเข่าอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงได้ เช่น หลอดเลือดดำอุดตัน ไขมันอุดตันหลอดเลือดขา และมะเร็งกระดูก ซึ่งหากมีอาการปวดขาเหนือหัวเข่าร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น บวม แดง ร้อน เคลื่อนไหวลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว
2. อะไรเป็นสาเหตุของการอักเสบของเส้นเอ็นที่หัวเข่า
การอักเสบของเส้นเอ็นที่หัวเข่าอาจเกิดจากการใช้งานมากเกินไป การออกกำลังกายหนัก การถูกกระแทก หรือการเกิดอุบัติเหตุก็ได้
3. อาการของเอ็นหัวเข่าฉีกขาดมีอะไรบ้าง
อาการของเอ็นหัวเข่าฉีกขาดที่พบบ่อยที่สุดก็คืออาการปวดบริเวณหัวเข่าอย่างรุนแรง บวม แดง ร้อน และเคลื่อนไหวหัวเข่าได้ลำบาก
4. การป้องกันไม่ให้หลอดเลือดดำอุดตันมีวิธีใดบ้าง
การป้องกันไม่ให้หลอดเลือดดำอุดตันมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น การเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ การหลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนานๆ การสวมถุงน่องช่วยพยุง และการรับประทานยาละลายลิ่มเลือด
5. หลอดเลือดส่วนปลายในขาตีบสามารถรักษาอย่างไร
หลอดเลือดส่วนปลายในขาตีบสามารถรักษาได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การใช้ยาละลายลิ่มเลือด การทำบอลลูนขยายหลอดเลือด และการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือด