สาเหตุที่ทำให้เกิดเล็บเหลือง
นิ้วของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ด้วยเหตุผลหลายประการ บางครั้งมันเกิดขึ้นเนื่องจากสุขภาพทรุดโทรม ส่วนในครั้งอื่นก็เป็นเพราะความเสียหายทางร่างกายหรือสารเคมี โดยสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:
- ราที่เล็บ
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยารักษาเชื้อรา ยาต้านมาลาเรีย ยาต้านเชื้อไวรัส HIV และยาเคมีบำบัดบางชนิด
- บุหรี่
- โรคเบาหวาน
- โรคต่อมไทรอยด์
- ภาวะเล็บเหลือง (Yellow nail syndrome) ซึ่งเป็นโรคหายากที่ทำให้เล็บเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหนา และช้า
- การพอกเล็บ (Onycholysis) ซึ่งเป็นภาวะที่เล็บหลุดออกจากแผ่นเล็บ
- การบาดเจ็บที่เล็บ เช่น การฟกช้ำหรือการตัดแต่งเล็บที่มากเกินไป
- สารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์ดูแลเล็บ
- การสัมผัสกับสี
อาการของเล็บเหลือง
อาการของเล็บเหลืองอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยอาการทั่วไป ได้แก่:
- เล็บเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
- เล็บหนาขึ้น
- เล็บเปราะ
- เล็บแตก
- เล็บแยกออกจากแผ่นเล็บ
- เล็บหลุด
- เล็บเจ็บ
- เล็บมีกลิ่น
การวินิจฉัยเล็บเหลือง
หากคุณมีเล็บเหลือง แพทย์จะซักถามเกี่ยวกับอาการและประวัติสุขภาพของคุณ นอกจากนี้ แพทย์ยังอาจตรวจร่างกายและทำการทดสอบบางอย่าง เช่น:
- ตัดเล็บออกเพื่อตรวจหาเชื้อราหรือแบคทีเรีย
- ทำการตรวจเลือด
- ทำการตรวจปัสสาวะ
- ทำการเอกซเรย์
- ทำการตรวจชิ้นเนื้อเล็บ
การรักษาเล็บเหลือง
การรักษาเล็บเหลืองขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากสาเหตุมาจากเชื้อรา แพทย์อาจสั่งยากินหรือยากลุ่ม ทาเพื่อรักษาเชื้อ หากสาเหตุมาจากยา แพทย์อาจแนะนำให้หยุดใช้ยาหรือเปลี่ยนไปใช้ยาชนิดอื่น หากสาเหตุมาจากโรค แพทย์จะรักษาโรคนั้นๆ เพื่อรักษาเล็บเหลือง
วิธีป้องกันเล็บเหลือง
มีหลายวิธีที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันเล็บเหลือง ได้แก่:
- รักษาสุขอนามัยที่ดีโดยล้างมือและเท้าเป็นประจำ
- สวมถุงมือเมื่อสัมผัสกับสารเคมีหรือเมื่อทำสวน
- หลีกเลี่ยงการทำเล็บที่รุนแรง
- อย่าใช้สารเคมีรุนแรงกับเล็บ
- รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายเป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
คำถามที่พบบ่อย
- อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เล็บเหลือง?
- เล็บเหลืองอันตรายหรือไม่?
- มีวิธีป้องกันเล็บเหลืองหรือไม่?
- มีวิธีรักษาเล็บเหลืองหรือไม่?
- ฉันควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?
เล็บเหลืองอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เชื้อรา ยา โรค และการบาดเจ็บที่เล็บ
เล็บเหลืองมักไม่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม อาจเป็นสัญญาณของภาวะทางการแพทย์ที่ร้ายแรงกว่าได้ ดังนั้น หากคุณมีเล็บเหลือง ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
มีหลายวิธีที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันเล็บเหลือง เช่น รักษาสุขอนามัยที่ดี สวมถุงมือเมื่อสัมผัสกับสารเคมี หลีกเลี่ยงการทำเล็บที่รุนแรง ใช้สารเคมีรุนแรงกับเล็บ และรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน
การรักษาเล็บเหลืองขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากสาเหตุมาจากเชื้อรา แพทย์อาจสั่งยากินหรือยากลุ่ม ทาเพื่อรักษาเชื้อ หากสาเหตุมาจากยา แพทย์อาจแนะนำให้หยุดใช้ยาหรือเปลี่ยนไปใช้ยาชนิดอื่น หากสาเหตุมาจากโรค แพทย์จะรักษาโรคนั้นๆ เพื่อรักษาเล็บเหลือง
หากคุณมีเล็บเหลืองที่ไม่หายไปหลังจากสองสามสัปดาห์หรือหากคุณมีอาการอื่นๆ เช่น เล็บหนาขึ้น เล็บเปราะ เล็บแตก เล็บแยกออกจากแผ่นเล็บ เล็บหลุด เล็บเจ็บ เล็บมีกลิ่น คุณควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ